เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ของเมืองร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน เดิมเรียกว่า “วัดกลาง” เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง และมีข้อมูลระบุว่ามีการตั้งวัดขึ้นใน พ.ศ. 2084 ก่อนที่ต่อมาจะได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2508
โบราณสถานสำคัญใจกลางเมือง
สิ่งที่ทำให้วัดกลางมิ่งเมืองมีความโดดเด่น คือพระอุโบสถหรือ “สิม” โบราณ ซึ่งมีประวัติสัมพันธ์กับศิลปกรรมในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่ผสมผสานรายละเอียดทางศิลปกรรมอย่างประณีต จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนพัฒนาการของศาสนสถานในภาคอีสานได้อย่างน่าสนใจ
บริเวณผนังภายนอกของสิมมีจิตรกรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติชาดก ใช้สีและลวดลายที่มีเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มคุณค่าทั้งในด้านศิลปกรรมและการเรียนรู้เรื่องราวทางพระพุทธศาสนา
สักการะ “พระพุทธมิ่งเมือง”
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานที่เรียกว่า พระพุทธมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัด นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมชมรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ภายในศาสนสถานได้ในคราวเดียว
แหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา
นอกจากบทบาทด้านศาสนาและโบราณสถานแล้ว วัดกลางมิ่งเมืองยังเป็นสถานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพระปริยัติธรรมและการสอบธรรม โดยมีโรงเรียนสุนทรธรรมปริยัติเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา สะท้อนให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ยังคงมีบทบาทด้านการเรียนรู้ควบคู่กับการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
วัดสำคัญในประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด
ในอดีตวัดกลางมิ่งเมืองเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองและผู้ปกครอง จึงทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นศาสนสถานทั่วไป และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองร้อยเอ็ด
ด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง ประกอบกับคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และพระพุทธศาสนา วัดกลางมิ่งเมืองจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถแวะสักการะพระพุทธมิ่งเมือง ชมสิมโบราณ และเรียนรู้เรื่องราวของเมืองร้อยเอ็ดผ่านศิลปกรรมที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้
📌แหล่งข้อมูล/ภาพ อ้างอิง เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)