หากอยากสัมผัสร่องรอยจากโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน วนอุทยานภูแฝก จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่แห่งนี้มีหลักฐานสำคัญทางธรณีวิทยาอย่าง รอยเท้าไดโนเสาร์ ที่ปรากฏอยู่บนลานหินทรายบริเวณลำห้วยน้ำยัง เป็นหลักฐานที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ได้อย่างน่าตื่นตา
รอยเท้าที่พบมีลักษณะเป็นรอยเท้าสามนิ้ว และเชื่อมโยงกับไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลังสองข้าง โดยชั้นหินบริเวณนี้มีอายุประมาณ 140 ล้านปี อยู่ในช่วงต้นของยุคครีเทเชียส ทำให้บริเวณภูแฝกเป็นแหล่งศึกษาซากดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าของจังหวัดกาฬสินธุ์
จากรอยเท้าบนหิน สู่เรื่องราวของโลกในอดีต
สิ่งที่ทำให้รอยเท้าไดโนเสาร์มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ คือไม่ได้บอกเพียงว่าในอดีตเคยมีไดโนเสาร์อาศัยอยู่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ขนาดตัว และสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นได้อีกด้วย
จากลักษณะของชั้นหิน นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า พื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นบริเวณหาดทรายชุ่มน้ำใกล้แหล่งน้ำ เมื่อไดโนเสาร์เดินผ่านจึงทิ้งรอยไว้บนพื้นทราย ก่อนที่ตะกอนจะค่อย ๆ ทับถมและแข็งตัวกลายเป็นชั้นหิน รอยเท้าจึงถูกเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
แหล่งรอยเท้าที่ค้นพบมานานหลายทศวรรษ
แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกเป็นที่รู้จักจากการค้นพบเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2539 ก่อนที่เจ้าหน้าที่และนักธรณีวิทยาจะเข้ามาสำรวจและยืนยันว่าเป็นร่องรอยของไดโนเสาร์
จากการสำรวจพบแนวรอยเท้าหลายแนวบนลานหินทราย โดยรอยที่โดดเด่นมีลักษณะเป็นรอยสามนิ้ว และมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สอดคล้องกับไดโนเสาร์กินเนื้อที่เคลื่อนที่ด้วยสองขาหลัง
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2566 ยังมีการสำรวจพบร่องรอยไดโนเสาร์เพิ่มเติมภายในพื้นที่วนอุทยานภูแฝก เป็นรอยเท้าขนาดเล็กกว่ากลุ่มรอยเดิม และมีการเสนอให้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาในอนาคต
เที่ยวธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้เรื่องราวดึกดำบรรพ์
นอกจากรอยเท้าไดโนเสาร์แล้ว บริเวณวนอุทยานภูแฝกยังมีสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วยพื้นที่ป่าและภูเขา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงธรรมชาติควบคู่กับการเรียนรู้เรื่องราวทางธรณีวิทยา
การมาเยือนจึงไม่ใช่เพียงการชมรอยบนพื้นหิน แต่เป็นโอกาสที่จะได้จินตนาการถึงสภาพพื้นที่เมื่อครั้งที่ไดโนเสาร์ยังดำรงชีวิตอยู่ และทำความเข้าใจว่าธรรมชาติสามารถเก็บรักษาหลักฐานจากอดีตเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
ร่วมกันรักษามรดกจากอดีต
รอยเท้าไดโนเสาร์เป็นหลักฐานทางธรรมชาติที่มีความเปราะบาง การท่องเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ไม่เหยียบหรือขีดเขียนลงบนพื้นผิวหิน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนหิน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ร่องรอยสำคัญเหล่านี้ยังคงอยู่สำหรับการศึกษาและการเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
วนอุทยานภูแฝก จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนความมหัศจรรย์ของกาฬสินธุ์ได้อย่างชัดเจน เพราะเพียงรอยเท้าบนแผ่นหินก็สามารถพาเราย้อนกลับไปสัมผัสเรื่องราวของโลกในยุคที่ไดโนเสาร์ยังครองผืนแผ่นดิน เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์โลก และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
📌แหล่งข้อมูล/ภาพ อ้างอิง เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)